Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for พฤศจิกายน, 2011

Suffix

Suffix
Suffix เป็นส่วนของคำที่เติม เพื่อให้รากศัพท์มีความหมายชัดเจนขึ้น เช่น”ful” แปลว่า เต็มไปด้วย เพราะฉนั้น careful จึงแปลว่า เต็มไปด้วยเช่น careful beautiful useful meaningful ดังนั้นคำที่ลงท้ายด้วย “_ful” บอกเราว่าเต็มไปด้วย เช่น คำที่ mesningful คือ คำที่มากด้วยความหมายคำที่ลงท้ายด้วย suffix ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนชนิดของตัว (part of speech)เช่น คำนาม , คำคุณศัพท์ , คำกริยา และคำกริยาวิเศษณ์
In every word above, the suffix “-ful” gives you the idea of “much of something.
” A meaningful word “has much meaning.”
1. NOUN-FORMING SUFFIXES MEANING” a person or a thing                    (Suffix ที่เติมแล้วเป็นคำนามที่ หมายถึง คน สัตว์ สิ่งของ)
SUFFIX MEANING EXAMPLE
an, -ean, -ian person or thing that is of or belongs to ประชาชนหรือ สิ่งของของประเทศนั้น ๆ; person skilled in or studying the subject ผู้ชำนาญในวิชาการ American historian
-ant, -ent person or thing that does the action ผู้กระทำ servant
-ee person to whom the action is done ผู้รับการกระทำ trainee –
-eer person concerned with ผู้เกี่ยวข้อง auctioneer -er, -or person or thing that does something ผู้กระทำ dancer, screw driver
-ess female เพศหญิง actress –
-ist person who believes in the ideas, principles, or teaching ผู้เชื่อในความคิด หลักการ คำสอน ; person who is skilful in.. ผู้เชี่ยวชาญ nationalistBuddhistreceptionistguitarist
-ster person of a certain type คนกลุ่มเดียวกัน youngster –
-y, -ie dear/ little person or thingผู้เป็นที่รัก สิ่งของเล็ก ๆ น่ารัก daddy, auntie

2. NOUN-FORMING SUFFIXES (Suffixes ที่แสดง “คำนาม”)SUFFIX MEANING EXAMPLE
-acy , -cy state or quality of bankruptcy การล้มละลาย
-age activity courage ความกล้าหาญ
-al action arrival การมาถึง
-ance, -ence action, state or quality importance ความสำคัญ
-ary, -ery, -ry place where something is made, done or sold with library ห้องสมุด
-ate state electorate กลุ่มผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง
-ation, -tion, -ion action, state, condition examination การสอบ cracy, ocracy government, society democracy ประชาธิปไตย
-dom state of being ภาวะ freedom เสรีภาพ
-ful amount จำนวน handful จำนวน1 กำมือ
-hood state or time of being ภาวะ เป็น priesthood สมณเพศ
-phobia fear ความกลัว hydrophobia โรคกลัวน้ำ
-ic, -ics arts and sciences ศิลป ศาสตร์ physics ฟิสิกส์
-ide chemical compound สารเคมี cyanide ไซยาไนด์
-ing action การกระทำ gliding การร่อน
-ism idea, principles or teachings หลักการ คำสอน Buddhism พุทธศาสนา
-ity state, condition, quality สภาพ คุณภาพ humidity ความร้อนชื้น
-let, -ette small kind of เล็ก ๆ booklet หนังสือเล่มเล็ก
-logy, -ology principles or teaching ศาสตร์ วิชา geology ธรณีวิทยา
-ment result of ผลของการกระทำ management การจัดการ
-ness state; condition ภาวะ goodness ความดี
-ship state or quality of ภาวะ คุณสมบัติ leadership ภาวะผู้นำ

                                              

3.ADJECTIVE-FORMING SUFFIXES (Suffixes ที่แสดง “คำคุณศัพท์”)SUFFIX MEANING EXAMPLE
-able, -ible capable of; having; changeable
-al, -ial of; concerning; related to mental
-an, -ean, -ian of; belonging of American
-ant, -ent causing pleasant
-ate full of affectionate
-ed having surprised
-en made of wooden
-er comparative bigger
-ese belonging to; origin Japanese
-ful full of; causing careful
-ic, -ical connected with atomic
-ing causing surprising
-ish belonging to having thecharacter of Swedish, childish
-ive, -ative, -itive having the quality of explosive
-less without careless -like similar to childlike
-ly like in manner, nature orappearance; motherly
-ous, -eous, -ious causing dangerous
-some full of in all lonesome
-y full of; like that of rainy, silky

4. ADVERB-FORMING SUFFIXES (Suffixes ที่แสดง “คำกริยาวิเศษณ์”) SUFFIX MEANING EXAMPLE
-ly in a manner of (ในอากัปกริยาที่ระบุ) quickly
-ward(s) in direction of ในทิศทาง forwards
-wise in direction of ในทิศทาง clockwise

                                           

5. VERB-FORMING SUFFIXES(suffixes ที่แสดง “คำกริยา”)SUFFIX MEANING EXAMPLE
-ate act as; cause to become ทำให้ activate
-ed simple past tense; past participle looked
-en to make something… ทำ whiten
-ify cause; make something… ทำ magnify
-ing present participle reading
-ize (-ise) to make or put something in the stated condition ทำให้ centralize

Advertisements

Read Full Post »

Prefix – Suffix

การใช้ Prefix – Suffix


 

Prefix
           Prefix แปลว่า “อุปสรรค”หมายถึงคำที่ใช้เติมเข้าข้างหน้าคำอื่นแล้วทำให้คำคำนั้นมีความหมายผิดไปจากเดิม    เราเรียนคำเช่นนี้ว่า “Prefix” = อุปสรรค ในภาษาอังกฤษอุปสรรคที่ใช้กันมากและมักพบเห็นบ่อย ๆ มีอยู่ 10 ตัว คือ
1. –Un (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) หรือ คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb)เมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายตรงกันข้าม    เช่น    suitable เหมาะสม , unsuitable ไม่เหมาะสม , countable นับได้ , uncountable นับไม่ได้
2. –Im (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) หรือ คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb)เมื่อเติมแล้ว ทำให้คำนั้นมีความหมายตรงกันข้าม   เช่น    pure บริสุทธิ์  , impure ไม่บริสุทธิ์  ,   polite สุภาพ  , impolite ไม่สุภาพ
3. –In (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) เท่านั้นเมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมาย   เช่น    direct ตรง , indirect ไม่ตรง , expensive แพง , inexpensive ไม่แพง
4. –Re (อีก) ใช้สำหรับเติมหน้าคำกริยา (verb) หรือคำนามที่มาจากกริยาเท่านั้นเมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายว่า “ทำอีก” เช่น    write เขียน , rewrite เขียนใหม่  , speak พูด , respeak พูดอีก
5. –Dis (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้ากริยา (verb) หรือเติมหน้าคุณศัพท์ (Adjective)   และเมื่อเติมแล้ว ทำให้คำนั้นมีความหมายตรงกันข้าม เช่น like ชอบ , dislike ไม่ชอบ  , agree เห็นด้วย , disagree ไม่เห็นด้วย
6. –Mis (ผิด) ใช้สำหรับนำหน้าหรือเติมหน้าคำกริยา (verb) เท่านั้นเมื่อเติมแล้วทำให้กริยาตัวนั้น มีความหมายว่า “กระทำผิด”เช่น write เขียน , miswrite เขียนผิด  , spell สะกดตัว , misspell สะกดตัวผิด
7. –Pre (ก่อน) ใช้สำหรับเติมหน้าคำนาม (Noun) หรือกริยา (verb)เมื่อเติมแล้วทำให้นามนั้นมีความหมายว่า “ก่อน , หรือทำก่อน”เช่น history ประวัติศาสตร์  , prehistory ก่อนประวัติศาสตร์ , university มหาวิทยาลัย , preuniversity ก่อนมหาวิทยาลัย
8. –Tri (สาม) ใช้สำหรับเติมหน้าคำนาม และเมื่อเติม tri เข้าข้างหน้าแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายว่า “สาม” ขึ้นมาทันที เช่น คำเดิม คำแปล เติมอุปสรรค tri แล้ว คำแปล angle เหลี่ยม triangleรูปสามเหลี่ยมcycle จักรยาน tricycle รถสามล้อ
9. –Bi (สอง) ใช้สำหรับเติมหน้าคำนาม และเมื่อเติม bi เข้าข้างหน้าแล้วทำให้คำนั้นมีความหมาย“สอง”ขึ้นมาทันที เช่น cycle จักรยาน bicycle จักรยานสองล้อpolar ขั้วโลก bipolar มีสองขั้วโลก
10. –En อุปสรรคตัวนี้ไม่มีคำแปลเป็นเอกเทศ เพียงแต่ว่าเมื่อนำไปเติมข้างหน้าคำนามหรือคำคุณศัพท์แล้วทำให้คำนั้นกลับเป็นกริยา (verb) ขึ้นมาทันที เช่น camp ค่ายพัก encamp ตั้งค่ายsure แน่ใจ ensure รับประกัน

Read Full Post »

[3.4]  Future  prefect  continuous  tense                                                                     ใช้เหมือน  3.3  ต่างกันเพียงแต่ว่า  3.4  นี้เน้นถึงการกระทำที่  1  ได้ทำต่อเนื่องมาจนถึงการกระทำที่  2  และจะกระทำต่อไปในอนาคต อีกด้วย.
           *   Tense  นี้ไม่ค่อยนิยมใช้บ่อย นัก  โดยเฉพาะกริยาที่ทำนาน ไม่ได้ อย่านำมาแต่งใน  Tense  นี้เด็ดขาด.

Read Full Post »

Future Perfect continuous tense

 Future    Perfect  continuous  tense


หลักการใช้

        Tense นี้มีวิธีใช้เหมือนกับ Future Perfect ต่างกันตรงที่ว่า เราใช้ Tense นี้ก็เพื่อเน้นว่าการกระทำได้ดำเนิน  ต่อเนื่องกันไปเมื่อถึงเวลานั้นการกระทำนั้นก็ยังคงดำเนินอยู่และจะดำเนินต่อไปอีก เช่น
                  – By 2005 we’ll have been living in Lampang for ten years.
                        (เมื่อถึงปี 2005 เราจะอาศัยอยู่ในลำปางครบ 10 ปี = We came to live in Lampang in 1995. We shall probably continue living in Lampang after 2005.)

                  – When we finish M.6, we ‘ll have been studying English for twelve years.
                          (เมื่อเราจบชั้น ม.6 เราจะเรียนภาษาอังกฤษครบ 12 ปี = We studied English in the past and after we finish M.6 we probably continue studying English.)

                  – It will have been raining for one hour if it doesn’t stop by four o’clock.
                           (ฝนจะตกได้ครบ 1 ชั่วโมง ถ้ามันยังไม่หยุดตกภายใน 4 โมงนี้ = It started raining at three o’clock and it probably continue raining after that.)

Read Full Post »

[3.3]  Future  prefect tense                                                                                          1.  ใช้กับเหตุการณ์ที่จะ เกิดขึ้นหรือสำเร็จลงในเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต  โดยจะมีคำว่า  by  นำหน้ากลุ่มคำที่บอกเวลา ด้วย  เช่น   by  tomorrow  ,   by  next  week   เป็น ต้น.
2.  ใช้กับเหตุการณ์  2  อย่างที่จะเกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอนาคต มีหลักดังนี้.
              –      เกิดก่อนใช้   3.3      S  +  will, shall  +  have  +  Verb 3.
              –      เกิด ที่หลังใช้   1.1    S  +  Verb 1 .  
 

Read Full Post »

Future Perfect tense

Future    Perfect  tense   

หลักการใช้                                                                                                                                                       ใช้เพื่อแสดงการกระทำหรือเหตุการณ์ซึ่งจะได้สิ้นสุดลง ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต โดยมีเวลา บอกไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อถึงเวลานั้นแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะสำเร็จเรียบร้อย แม้ว่าในขณะที่พูดเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นแล้วหรือยังไม่เกิดก็ตาม มักใช้กับคำว่า “by” เช่น by tomorrow , by 5 o’clock , by next week , by 2005 , by the end of this month (year) ,  by then , by the time
        – By the end of this year your new maid will have broken all  your glasses.
                  (เมื่อถึงสิ้นปีนี้ คนใช้คนใหม่ของเธอจะทำแก้วแตกทั้งหมด =All the glass will break  before the end of this year)
        – The meeting will have finished by six o’clcok.
                   (การประชุมจะเสร็จสิ้นแล้วเมื่อถึงเวลา 6 นาฬิกา = It may have started already or it may not have started yet. But it will finish before six.)
        – You’ll have done your homework when your parents arrive.
                   (เธอจะทำการบ้านเสร็จแล้วเมื่อพ่อแม่กลับมาถึงบ้าน = The homework will be finished before their arrival.)
        – He’ll have saved much by the time he has retired. (เขาจะเก็บเงินได้มากแล้วเมื่อถึงเวลาที่เขาเกษียณจากงาน)

           หมายเหตุ — ข้อความใน time clause นั้นจะต้องใช้ present simple หรือ present perfect จะใช้ future simple ไม่ได้ เช่น
        – When we reach America , we shall have sailed around the world.
        – She’ll have written five books by the time she has finished this one.

Read Full Post »

[3.2]    Future   continuous    tense  
1.     ใช้ในการบอกกล่าวว่าในอนาคตนั้นกำลังทำอะไรอยู่ (ต้องกำหนดเวลาแน่นอน ด้วยเสมอ).
2.     ใช้กับเหตุการณ์  2  อย่างที่จะเกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอนาคต  มีกลักการใช้ดังนี้.
               –   เกิดก่อนใช้    3.2      S  +  will  be,  shall  be  +  Verb 1  ing.
                –  เกิดทีหลังใช้   1.1     S  +  Verb  1 .

Read Full Post »

Older Posts »